7 นิสัยประจำวันที่กำลังทำลาย Acid Mantle ของคุณอย่างช้า ๆ

14 จำนวนผู้เข้าชม  | 

 7_นิสัยประจำวันที่กำลังทำลาย_Acid_Mantle

     เคยไหมคะ? สกินแคร์ตัวเดิมที่เคยใช้แล้วดี อยู่ๆ วันนี้ใช้แล้วกลับแสบหน้า... หรือบางวันตื่นมาก็รู้สึกว่าหน้าแห้งตึง ทั้งๆ ที่อัดครีมบำรุงไปหนามาก แต่พอตกบ่าย หน้ากลับมันเยิ้มจนแป้งลอย แถมสิวผดกับผื่นแดงยังขยันขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน!
     ถ้าคุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้ ขอให้สบายใจได้เลยค่ะว่า "คุณไม่ได้คิดไปเอง" และผิวของคุณก็ไม่ได้เกเรอย่างไร้เหตุผล แต่มันคือสัญญาณเตือนจากปราการผิวชั้นนอกสุดที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือ!
     วันนี้เราจะพาทุกคนมาเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริงของ ผิวบอบบางแพ้ง่าย ผ่านอัศวินปกป้องผิวที่ชื่อว่า Acid Mantle พร้อมเช็ก 7 พฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เราอาจจะทำร้ายน้องโดยไม่รู้ตัวกันค่ะ


Acid Mantle คืออะไร? ทำไมคำว่า pH 5.5 และ Microbiome ถึงสำคัญต่อผิว?

     ลองจินตนาการว่า ผิวหน้าของเราคือ "กำแพงเมือง" ค่ะ

  • ก้อนอิฐ ก็คือเซลล์ผิวชั้นนอกสุด (Stratum Corneum)
  • ปูนประสาน ก็คือกรดไขมัน เซราไมด์ และคอเลสเตอรอลที่ช่วยยึดอิฐไว้ด้วยกัน

     แล้ว Acid Mantle คืออะไร? น้องก็คือ "ฉาบปูนฟิล์มบางๆ ฤทธิ์กรดอ่อน" ที่คลุมอยู่บนสุดของกำแพงเมืองอีกที เกิดจากการรวมตัวกันของเหงื่อ ซีบัม (น้ำมันผิว) และกรดไขมันธรรมชาติ


ความลับของค่า pH 5.5 และ Microbiome

     โดยปกติแล้ว ผิวที่มีสุขภาพดีจะมีความเป็นกรดอ่อน ๆ โดยมีค่า pH อยู่ในช่วงประมาณ 4.1 – 5.8 (หรือค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมบิวตี้ที่เราคุ้นเคยกันคือ Acid Mantle pH 5.5)
     สภาวะกรดอ่อนนี้แหละค่ะที่เป็น "บ้านอันอบอุ่น" ของเหล่า Microbiome หรือจุลินทรีย์ตัวดีบนผิว (เช่น Staphylococcus epidermidis) ที่ช่วยปกป้องผิวเราจากแบคทีเรียตัวร้ายที่ก่อให้เกิดสิวและการอักเสบ (C. acnes และ S. aureus)

เมื่อไหร่ก็ตามที่ค่า pH ของผิวโดนรบกวนจนกลายเป็นด่าง (pH สูงขึ้น):

  • เอนไซม์สร้างเซราไมด์จะหยุดทำงานทันที ทำให้ผิวสูญเสียน้ำได้ง่าย (Transepidermal Water Loss: TEWL)
  • เอนไซม์ย่อยเซลล์ผิวทำงานรวน ส่งผลให้ผิวลอก เป็นขุย แสบ แดง
  • Microbiome เสียสมดุล แบคทีเรียตัวร้ายโตไว สิวและผื่นแพ้จึงบุกทันที!

 

เช็กด่วน! 7 นิสัยประจำวันที่กำลังทำลาย Acid Mantle ของคุณอย่างช้าๆ

     มาดูกันค่ะว่า ในแต่ละวัน เราได้พลั้งมือทำร้าย Acid Mantle ของตัวเองไปบ้างหรือเปล่า?

1.ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียว หรือชอบใช้น้ำอุ่น/น้ำร้อนจัด

  • ความเข้าใจผิด:

     หลายคนคิดว่าผิวแพ้ง่าย ล้างแค่น้ำเปล่าปลอดภัยที่สุด
  • ความจริง:

     น้ำประปาแถวบ้านเรามีค่า pH เป็นกลางประมาณ 7.0 ค่ะ การล้างน้ำเปล่าอย่างเดียวจึงทำให้ค่า pH ผิวสูงขึ้นชั่วคราว ยิ่งถ้าใช้น้ำอุ่นจัด น้ำร้อนจะไปละลายไขมันดีและซีบัมที่ทำหน้าที่เป็น Acid Mantle ออกไปจนหมด แถมคลอรีนในน้ำประปายังทำลายเคราตินบนผิว ทำให้ผิวหน้าแห้งตึงตึงเปรี๊ยะหลังล้างเสร็จ

 

2.ใช้โฟมล้างหน้าฟองแน่น ล้างแล้วหน้าตึงเปรี๊ยะ (ค่า pH สูง)

  • ความเข้าใจผิด

     หน้าต้องสะอาดแบบ "เอี๊ยดๆ" ถึงจะเรียกว่าสะอาดจริง
  • ความจริง

     คลีนเซอร์หรือสบู่ที่มีฟองเยอะ ๆ มักมีสารลดแรงตึงผิวรุนแรง (เช่น SLS/SLES) และมีค่า pH เป็นด่างสูงถึง 8.0 - 10.0 สารเหล่านี้จะพุ่งเข้าไปจับกับโปรตีนผิว ทำให้เซลล์ผิวบวม และไปชะล้างเซราไมด์ออกจากผิว แค่ล้างหน้าเพียง 1 นาที Acid Mantle ก็โดนทำลายไปเรียบร้อยแล้วค่ะ

3.ผลัดเซลล์ผิวถี่เกินไป

  • ความเข้าใจผิด

     ขัดสครับบ่อย ๆ หรือทากรดผลัดเซลล์ผิวทุกวัน หน้าจะได้เงาใส

  • ความจริง

     การใช้ AHA, BHA หรือการสครับหน้าถี่เกินไป เท่ากับเป็นการไปแกะ "ก้อนอิฐ" และ "ฉาบปูน Acid Mantle" ทิ้งก่อนเวลาอันควร เมื่อเกราะปกป้องผิวหายไป ผิวชั้นในที่ยังไม่พร้อมรับมือโลกภายนอกจะโดนรบกวน ส่งผลให้เกิดอาการแสบร้อน ผิวบางลง และเป็นผื่นแดงง่ายมาก ๆ

4.ประโคมใส่ Active Ingredients หลายตัวพร้อมกัน

  • ความเข้าใจผิด

     ใช้เซรั่มวิตามินซี + กรดผลัดเซลล์ผิว + เรตินอล พร้อมกันในคืนเดียว หน้าจะได้สวยครบสูตร

  • ความจริง

     การนำสารสกัดที่มีความเป็นกรด-ด่างต่างกันมากๆ มาทาทับซ้อนกัน ทำให้ระบบรักษาสมดุลกรด-ด่างของผิวรับภาระหนักเกินไป (Buffer Overload) จนเกิดกระบวนการอักเสบใต้ผิว (หลั่งสารอักเสบอย่าง IL-6 และ TNF-α) ทำให้ผิวแพ้ง่ายขึ้นทันตาเห็น

 

5.ละเลยการทาครีมกันแดด

  • ความเข้าใจผิด

     อยู่บ้านไม่ได้ออกไปไหน ไม่ต้องทากันแดดก็ได้

  • ความจริง

     รังสี UV (โดยเฉพาะ UVA) คือตัวการร้ายที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยา Lipid Peroxidation หรือการเติมออกซิเจนใส่กรดไขมันบนผิว ทำให้สควาลีนและกรดไขมันใน Acid Mantle แปรสภาพ เกิดอนุมูลอิสระ (ROS) พุ่งสูงขึ้นถึง 40% ซึ่งเข้าไปทำลายเซลล์ผิวและขัดขวางไม่ให้ผิวซ่อมแซมตัวเอง

6. เป็นคนผิวมัน/เป็นสิว เลยงดใช้มอยส์เจอไรเซอร์

  • ความเข้าใจผิด

     หน้ามันอยู่แล้ว ทาครีมเพิ่มเดี๋ยวหน้าอุดตัน

  • ความจริง

     การไม่ทามอยส์เจอไรเซอร์จะทำให้ผิวเกิดภาวะ "ขาดน้ำในระดับเซลล์" ร่างกายจะตกใจและสั่งการให้ผลิตน้ำมันออกมาทดแทน (Reactive Seborrhea) แต่น้ำมันที่ออกมานั้นไม่มีความสมดุลของเซราไมด์ ผลคือหน้ามันเยิ้มกว่าเดิม ค่า pH ผิวเปลี่ยนเป็นด่างอ่อนๆ ซึ่งกลายเป็น "สวรรค์ของแบคทีเรียสิว C. acnes" นั่นเองค่ะ


7. นอนดึก กินอาหารไม่มีประโยชน์ และเจอฝุ่น PM 2.5

  • ความเข้าใจผิด

     ปัจจัยภายนอกและไลฟ์สไตล์ไม่เกี่ยวกับการทาครีม

  • ความจริง

      การทานไขมันดี (Omega-3/6) น้อย ขาดวิตามิน A, C, E รวมถึงการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้ร่างกายไม่มีวัตถุดิบไปสร้างเซราไมด์ ยิ่งถ้าต้องเจอฝุ่น PM 2.5 อากาศแห้งจากการเปิดแอร์เย็นจัด Acid Mantle จะยิ่งเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว

 

สภาพแวดล้อมทางเคมีบนผิว ส่งผลต่อผิวเราอย่างไร?

     เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น ลองดูตารางเปรียบเทียบสภาวะผิวเมื่อ Acid Mantle สมบูรณ์ VS เมื่อโดนทำลาย ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

 

 


แนะนำทางเลือกในการดูแลผิวอย่างยั่งยืน: เวชสำอางผู้เชี่ยวชาญด้าน pH 5.5

     เมื่อพูดถึงการดูแลผิวให้อยู่ในสภาวะสมดุลด้วยค่า pH 5.5 แบรนด์ที่เป็นระดับพิกเกอร์และเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดนี้มาอย่างยาวนานคงหนีไม่พ้น "SEBAMED" เวชสำอางชั้นนำจากประเทศเยอรมนีค่ะ
     ปรัชญาหัวใจสำคัญของแบรนด์ SEBAMED ถูกคิดค้นขึ้นจากหลักสรีรวิทยาของผิวอย่างแท้จริง โดยผลิตภัณฑ์ทุกตัวของแบรนด์เน้นย้ำการปรับแต่งค่าความเป็นกรด-ด่างให้อยู่ที่ pH 5.5 ซึ่งเป็นค่า pH ที่เหมาะสมที่สุดในการส่งเสริมการทำงานของ Acid Mantle

 

ทำไม SEBAMED ถึงตอบโจทย์กลุ่มคนผิวบอบบางแพ้ง่าย?

ส่งเสริม Microbiome ตามธรรมชาติ

     การรักษาค่า pH 5.5 ช่วยสร้างระบบนิเวศที่ดีบนใบหน้า ให้จุลินทรีย์ท้องถิ่นตัวดีทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ คอยปกป้องผิวจากเชื้อก่อโรค

ปราศจากสารระคายเคืองสะสม

ผลิตภัณฑ์เน้นความอ่อนโยน ปราศจากสารลดแรงตึงผิวชนิดรุนแรง (100% Soap and Alkali-free) ไม่ทำลายไขมันดีบนผิว

ครอบคลุมการดูแลตั้งแต่หัวจรดเท้า

     ในประเทศไทย SEBAMED มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมความต้องการของทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น:


 

 

แหล่งอ้างอิงอิง

  • Schade, H., & Marchionini, A. (1928). Der Säuregrad der Hautoberfläche (The acidity of the skin surface). Klinische Wochenschrift.
  • Elias, P. M. (2005). Stratum corneum defensive functions: an integrated view. Journal of Investigative Dermatology, 125(2), 183-200.
  • Schmid-Wendtner, M. H., & Korting, H. C. (2006). The pH of the skin surface and its utilisation: The acid mantle. Dermatology, 212(4), 312-318.
  • Lambers, H., Piessens, S., Bloem, A., Pronk, H., & Finkel, P. (2006). Natural skin surface pH is on average below 5, which is beneficial for its resident flora. International Journal of Cosmetic Science, 28(5), 359-370.
  • Ali, S. M., & Yosipovitch, G. (2013). Skin pH: From basic science to clinical practice. Acta Dermato-Venereologica, 93(3), 261-267.
  • Prescott, S. L., Larcombe, D. L., et al. (2017). The skin microbiome: impact of modern environments on skin ecology, barrier function, and systemic immunity. World Allergy Organization Journal, 10(1), 29.

ผู้เชี่ยวชาญ : เภสัชกรหญิง สุจิตรา กวยเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีประสบการณ์กว่า 12 ปี จบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  มีความเชี่ยวชาญโดดเด่นด้านการวางแผนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และการดูแลผิวพรรณระดับสากล ด้วยบทบาทเภสัชกรและประสบการณ์การเป็นคุณแม่ลูก 1 เธอจึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อย่างสูงสุด คุณปาล์มมี่มุ่งมั่นถ่ายทอดความรู้เรื่องผิวที่ถูกต้อง เพื่อช่วยให้ทุกคนในครอบครัวมีสุขภาพผิวที่ดีและแข็งแรงอย่างยั่งยืนภายใต้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือ

 

ผู้เขียนเรียบเรียง : ณัฎฐวรรณ อยู่ชัง สำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยพื้นฐานการศึกษาที่มุ่งเน้นการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้และกระบวนการทำความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ ทำให้เธอมีความสามารถพิเศษในการถ่ายทอดเนื้อหาด้านสุขภาพและผิวพรรณที่ซับซ้อน ให้กลายเป็นข้อมูลที่เข้าใจง่าย ตรงประเด็น และนำไปปรับใช้ได้จริง

ด้วยประสบการณ์การออกแบบสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลายและการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ จึงมีความพิถีพิถันกับการคัดกรองเนื้อหาเพื่อให้แน่ใจว่าทุกข้อมูลที่คุณได้รับมีความถูกต้องและเป็นประโยชน์ที่สุด เธอเชื่อเสมอว่า "ผิวที่มีสุขภาพดีเริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้อง" และเธอพร้อมที่จะเป็นเพื่อนคู่คิดที่จะพาคุณไปดูแลผิวด้วยหลักการที่พิสูจน์แล้ว

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้