วิธีดูแลผิวลูกน้อยเมื่อต้องเข้าเรียนว่ายน้ำในสระคลอรีน

10 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วิธีดูแลผิวลูกน้อยเมื่อต้องเข้าเรียนว่ายน้ำในสระคลอรีน

การว่ายน้ำเป็นกิจกรรมยอดฮิตที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทั้งทางร่างกายและอารมณ์ให้กับเด็กๆ แต่สำหรับคุณแม่ที่มีลูก ผิวบอบบาง แพ้ง่าย การก้าวลงสระว่ายน้ำอาจเต็มไปด้วยความกังวล โดยเฉพาะ "คลอรีน" สารฆ่าเชื้อที่จำเป็นในสระน้ำ แต่อาจเป็นตัวทำลายผิวของลูกน้อย


โดยสรุป 3 ขั้นตอนปกป้องผิวลูกจากคลอรีน

เพื่อให้ลูกน้อยสนุกกับการว่ายน้ำโดยไม่ต้องกังวลเรื่องผิวแห้งเสีย คุณแม่สามารถทำตามสูตรลับง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ

  • ก่อนลงสระ: อาบน้ำเปล่าให้ผิวอิ่มน้ำ และทาโลชั่นบาง ๆ เพื่อสร้างเกราะกันน้ำคลอรีนซึมเข้าผิว
  • หลังขึ้นสระ: รีบอาบน้ำล้างคราบคลอรีนภายใน 5 นาที ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็น Soap-free และมี ค่า pH 5.5 เพื่อรักษาสมดุลผิวไม่ให้ถูกทำลาย
  • ฟื้นบำรุง: ทาโลชั่นทันทีภายใน 3 นาที หลังซับตัวหมาด เพื่อล็อกความชุ่มชื้นและลดอาการระคายเคืองจากสารเคมี

ทำไมผิวลูกถึง "แพ้คลอรีน" ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่?

ก่อนจะไปดูวิธีป้องกัน เราต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมโครงสร้างผิวของเด็กถึงมีความเปราะบางและต้องการการดูแลที่เป็นพิเศษกว่าเราหลายเท่า

  • โครงสร้างชั้นหนังกำพร้าที่บางกว่า

     เนื่องจากผิวชั้นนอกสุดที่ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าบางกว่าของผู้ใหญ่ เมื่อผิวบางสารคลอรีนจึงสามารถซึมลึกเข้าสู่ชั้นผิวภายในได้รวดเร็วและรุนแรงกว่าผิวของผู้ใหญ่ที่มีความหนาแน่นมากกว่า
  • ปราการผิวยังพัฒนาไม่เต็มที่

     เกราะป้องกันผิวของเด็กยังกักเก็บความชุ่มชื้นได้น้อย เนื่องจากมีปริมาณไขมันและ Natural Moisturizing Factors (NMFs) ต่ำ เมื่อสัมผัสกับคลอรีนซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารรีดิวซ์ มันจะเข้าไปชะล้างน้ำมันตามธรรมชาติ ออกไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน แดง และคันได้ง่าย
  • ค่า pH ที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลง 

     โดยปกติผิวสุขภาพดีจะมีค่า pH เป็นกรดอ่อนๆ เพื่อยับยั้งแบคทีเรีย แต่คลอรีนในสระว่ายน้ำส่วนใหญ่มักมีฤทธิ์เป็นด่าง ซึ่งจะไปทำลาย "แผ่นฟิล์มคุ้มกันผิวตามธรรมชาติ" เมื่อเกราะกรดนี้ถูกทำลาย ผิวของลูกจึงสูญเสียสมดุล ทำให้สารก่อภูมิแพ้และเชื้อโรคเข้าสู่ผิวได้ง่ายขึ้น จนเกิดอาการ "ผื่นแพ้คลอรีน"
  • กระบวนการสูญเสียน้ำในร่างกายที่เร็วกว่า 

      ผิวเด็กมีอัตราการระเหยของน้ำออกจากผิวสูงกว่าผู้ใหญ่ เมื่อคลอรีนดึงความชุ่มชื้นออกไป ผิวเด็กจะเข้าสู่ภาวะขาดน้ำทันที ทำให้เซลล์ผิวหดตัวและเกิดรอยแตกขนาดเล็กที่มองไม่เห็น เป็นช่องทางให้สารเคมีเข้าไปกระตุ้นอาการแพ้ได้มากขึ้น

เช็กด่วน! สัญญาณเตือนเมื่อผิวลูกน้อยเริ่ม "แพ้คลอรีน"

     การว่ายน้ำเป็นกิจกรรมที่ดีต่อพัฒนาการ แต่คลอรีนในสระมีฤทธิ์เป็นด่างซึ่งจะเข้าไปทำลาย Skin Barrier (เกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ) หากคุณแม่สังเกตเห็นอาการเหล่านี้หลังลูกขึ้นจากสระ ควรรีบดูแลก่อนจะกลายเป็นปัญหาผิวเรื้อรังค่ะ

  • สัมผัส "สาก" ผิดปกติ

ผิวลูกจะสูญเสียน้ำมันธรรมชาติ (Sebum) ทำให้เมื่อลูบแล้วรู้สึกแห้งตึง ไม่เนียนนุ่มเหมือนก่อนลงสระ โดยเฉพาะบริเวณแขนและขา

  • ผื่นแดงตามจุดอับ 

     คลอรีนมักจะสะสมอยู่ตามขอบกางเกงว่ายน้ำหรือข้อพับ หากเห็นผื่นแดงปื้น ๆ หรือตุ่มคันเล็ก ๆ แสดงว่าสารเคมีเริ่มระคายเคืองผิวชั้นนอกแล้ว

  • อาการ "คันยิบ" หลังตัวแห้ง

     หากลูกพยายามเกลี่ยหรือเกาตามตัวหลังจากอาบน้ำเสร็จ นั่นคือสัญญาณว่าผิวแห้งจัดจนเกิดอาการระคายเคือง

  • ผิวลอกเป็นขุยขาว

ในจุดที่มีผิวบอบบาง เช่น ใบหน้า หรือสีข้าง อาจเริ่มเห็นการหลุดลอกเป็นแผ่นบางๆ หรือเป็นขุยขาว ซึ่งหมายถึงเซลล์ผิวชั้นบนถูกทำลายจนขาดความชุ่มชื้นอย่างรุนแรง

  • อาการระคายเคืองดวงตาและจมูก

นอกจากผิวหนังแล้ว หากลูกมีตาแดงก่ำ (หลังล้างหน้าแล้วยังไม่หาย) หรือจามบ่อยผิดปกติหลังขึ้นจากสระ อาจเป็นสัญญาณร่วมของการแพ้สารเคมีในน้ำ

 

วิธีดูแลผิวลูกน้อยเมื่อต้องเข้าเรียนว่ายน้ำในสระคลอรีน

ขั้นตอนที่ 1  การเตรียมผิว "ก่อนลงสระ"

การป้องกันที่ดีเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนเท้าลูกสัมผัสน้ำในสระค่ะ

  • อาบน้ำเปล่าให้ตัวเปียกโชก

     คือ เทคนิคที่หลายคนมองข้าม ผิวหนังของคนเราเปรียบเสมือนฟองน้ำ หากเราให้ลูกอาบน้ำสะอาดจนผิวอิ่มน้ำก่อน เซลล์ผิวจะดูดซึมน้ำในสระที่มีคลอรีนเข้าไปได้น้อยลง

  • สร้างเกราะป้องกันชั้นแรก

     ทาโลชั่นบำรุงผิวให้ทั่วตัวก่อนสวมชุดว่ายน้ำ เน้นบริเวณที่ผิวบอบบาง เพื่อเป็นการ "เคลือบผิว" (Coating) ป้องกันไม่ให้คลอรีนสัมผัสผิวโดยตรง

  • เลือกชุดว่ายน้ำที่เหมาะสม

     ควรเลือกชุดที่ไม่อมน้ำมากเกินไป และหากเป็นไปได้ควรเลือกชุดที่ครอบคลุมพื้นที่ผิวได้มาก เพื่อลดพื้นที่การสัมผัสน้ำคลอรีน

ขั้นตอนที่ 2  การดูแล "ระหว่างอยู่ในสระ"

  • สังเกตระยะเวลา

     สำหรับเด็กเล็ก ไม่ควรใช้เวลาในสระนานเกิน 30-45 นาที เพราะยิ่งแช่น้ำนาน เกราะป้องกันผิวจะยิ่งเปื่อยยุ่ยและอ่อนแอลง

  • จิบน้ำสะอาดบ่อย ๆ

     การว่ายน้ำทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำผ่านทางผิวหนัง การให้ลูกจิบน้ำจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นจากภายในสู่ภายนอก


ขั้นตอนที่ 3 การฟื้นฟู "หลังขึ้นจากสระ"

คือ ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการหยุดยั้งปัญหาผิวแห้งเสีย

  • รีบล้างตัวทันทีภายใน 5 นาที

     ทันทีที่ขึ้นจากสระ อย่าปล่อยให้ตัวแห้งเอง เพราะคลอรีนจะระเหยและทิ้งคราบผลึกขาว ๆ ไว้บนผิว ซึ่งจะกัดกร่อนผิวลูกให้ระคายเคือง
  • เลือกผลิตภัณฑ์ชำระล้างที่ไม่ใช่ "สบู่"

        -   สบู่ทั่วไปมักมีความเป็นด่างสูง ซึ่งยิ่งซ้ำเติมผิวที่เพิ่งโดนคลอรีนมา
        -   Baby Sebamed Bubble Bath คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะเป็นสูตร 100% Soap and Alkali-free ไม่ทำลายเกราะคุ้มกันผิว และที่สำคัญคือมี ค่า pH 5.5 ซึ่งเป็นค่าความสมดุลสูงสุดของผิวหนัง ช่วยรักษากลไกป้องกันตัวเองตามธรรมชาติ

  • เทคนิคการเช็ดตัว

     ใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ "ซับ" เบา ๆ ห้ามถูแรง ๆ เพราะผิวหลังขึ้นจากน้ำจะมีความอ่อนแอ การถูแรงจะทำให้เกิดการอักเสบได้
 

 

ขั้นตอนที่ 4: การล็อกความชุ่มชื้น 

กุญแจสำคัญของการมีผิวสุขภาพดีคือการทาโลชั่นภายใน 3 นาที หลังอาบน้ำเสร็จ

  • ทำไมต้อง 3 นาที?

     เพราะในช่วงนี้รูขุมขนกำลังเปิดและผิวยังมีความชื้นหลงเหลืออยู่ โลชั่นจะสามารถซึมลึกและกักเก็บน้ำไว้ในผิวได้ดีที่สุด
  • การเลือกโลชั่นฟื้นฟู

      -   ควรเลือกโลชั่นที่เน้นการปลอบประโลมผิว เช่น Baby Sebamed Body Lotion ที่มีส่วนผสมของ                            -   Allantoin ช่วยลดการอักเสบ และ Chamomile ที่ช่วยปลอบประโลมผิวจากการระคายเคืองคลอรีน
เนื้อโลชั่นต้องซึมง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อให้ลูกรู้สึกสบายตัวหลังกิจกรรม

 

 

เทคนิคเสริมสำหรับคุณแม่มือโปร

  • สระเกลือก็ประมาทไม่ได้

     แม้จะเป็นสระระบบเกลือ แต่ในกระบวนการก็มีการสร้างคลอรีนธรรมชาติขึ้นมาเช่นกัน ดังนั้นต้องดูแลผิวด้วยขั้นตอนเดียวกันค่ะ
  • อุณหภูมิน้ำสำคัญมาก

     หากเป็นสระน้ำอุ่น รูขุมขนจะเปิดกว้างกว่าปกติ ทำให้คลอรีนเข้าสู่ผิวได้ง่ายขึ้น และความร้อนจะพรากน้ำมันผิวออกไปมากกว่าน้ำเย็น คุณแม่ต้องเน้นการทาโลชั่นให้ "หนา" กว่าปกติเป็นพิเศษ
  • ทำความสะอาดชุดว่ายน้ำ

     คลอรีนที่ตกค้างในชุดว่ายน้ำอาจกลับมาทำร้ายผิวลูกในการใส่ครั้งถัดไป ควรซักชุดด้วยน้ำยาซักผ้าเด็กอย่างละเอียดและตากให้แห้งสนิท

ผู้เชี่ยวชาญ : เภสัชกรหญิง สุจิตรา กวยเงิน
ผู้เขียนเรียบเรียง : ณัฎฐวรรณ อยู่ชัง

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้