หน้าที่ของ Sebum และเหงื่อ ในการสร้าง Acid Mantle

6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

หน้าที่ของ_Sebum_และเหงื่อ_ในการสร้าง

     วันนี้เราจะมาคุยกันแบบเจาะลึก แต่เข้าใจง่ายเหมือนนั่งคุยกับเพื่อนสาวสายสกินแคร์กันค่ะว่า น้ำมันบนหน้า (Sebum) และเหงื่อที่คุณอาจจะเคยรำคาญ แท้จริงแล้วพวกมันทำงานร่วมกันอย่างน่าทึ่งอย่างไร!


Acid Mantle คืออะไร? ทำไมต้องสนใจค่า pH 5.5

     ย้อนกลับไปในปี 1928 นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน Heinrich Schade และ Alfred Marchionini ได้ค้นพบชั้นฟิล์มบางๆ ที่เรียกว่า Säuremantel หรือ Acid Mantle (เกราะกรดของผิว) ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือ "ไฮโดรลิพิดฟิล์ม" (Hydrolipid Film) ที่ฉาบอยู่บนผิวชั้นนอกสุด (Stratum Corneum) ของเราค่ะ


เกราะนี้มีค่าความเป็นกรดอ่อนๆ โดย สมดุลที่ดีที่สุดของผิวสุขภาพดีจะอยู่ที่ pH 5.5

ทำไมต้อง pH 5.5?

     เพราะค่า pH 5.5 เป็นจุดที่โปรตีนเคราติน (Keratin) ในผิวเหนียวแน่นและแข็งแรงที่สุด! หากผิวถูกทำให้เป็นด่าง (เช่น การใช้สบุ่ก้อนล้างหน้า) โครงสร้างเคราตินจะพองตัวและคลายออกจากกัน เปิดทางให้สิ่งแปลกปลอม สารก่อภูมิแพ้ และแบคทีเรียตัวร้ายบุกเข้าสู่ผิวได้ง่ายดาย ผลก็คือ... ผิวแสบ แดง ลอก และแพ้ง่ายนั่นเองค่ะ



คู่หูสร้างเกราะ การจับมือของ Sebum และ เหงื่อ

      Acid Mantle ไม่ได้เกิดขึ้นมาเฉยๆ แต่เกิดจากการผสมกันของ 2 สิ่งนี้บนผิวเราค่ะ:

  • เหงื่อ — เฟสน้ำ 

     เหงื่อไม่ได้มีไว้แค่คลายร้อน แต่พา กรดแลกติก (Lactic Acid) และ กรดอะมิโน ขึ้นมาบนผิว ทำหน้าที่เป็นบัฟเฟอร์ล็อกค่า pH ให้อยู่ในสภาวะกรดอ่อน ยิ่งไปกว่านั้น แบคทีเรียฝ่ายดีบนผิวจะเปลี่ยนสารในเหงื่อให้กลายเป็นก๊าซไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ชนิดเจือจาง ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรียก่อโรคตามธรรมชาติอีกด้วย!

  • ซีบัม  — เฟสน้ำมัน 

     น้ำมันที่หลั่งจากต่อมไขมันจะทำหน้าที่เคลือบผิวเพื่อกันน้ำระเหยออก แต่ความว้าวอยู่ตรงนี้ค่ะ! เมื่อซีบัมออกมาเจอจุลินทรีย์ประจำถิ่น (Skin Microbiome) เช่น Cutibacterium acnes ฝ่ายดี จุลินทรีย์จะปล่อยเอนไซม์มา ย่อยไตรกลีเซอไรด์ในซีบัมให้กลายเป็น กรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acids) อย่างกรดซาเปียนิก (Sapienic Acid) ซึ่งกรดพวกนี้แหละที่เป็นตัวปล่อยโปรตอน ช่วยคงความกรด pH 5.5 และต้านเชื้อโรคให้เรา

     เมื่อ เหงื่อ (น้ำ) + ซีบัม (น้ำมัน) รวมตัวกัน โดยมีเอนไซม์ธรรมชาติปั่นผสม จะกลายเป็นอิมัลชันธรรมชาติประเภท Water-in-Oil เคลือบผิวไว้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ


เมื่อระบบ Acid Mantle พัง... เกิดอะไรขึ้น?

สำหรับคนที่มี ผิวบอบบางแพ้ง่าย การสมดุลเคมีตรงนี้ล้มเหลวเพียงนิดเดียวก็ส่งผลเสียมหาศาล:

  • สิวอุดตันและการอักเสบ (Acne)

      เมื่อฮอร์โมนกระตุ้นให้ซีบัมออกมาเยอะเกินไป ร่วมกับ Microbiome เสียสมดุล แบคทีเรียสายพันธุ์ดุร้ายจะย่อยไขมันจนเกิด กรดปาลมิติก และเกิดปฏิกิริยากับแสง UV จนกลายเป็น สควาลีนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งกระตุ้นการอักเสบและการหนาตัวของรูขุมขน กลายเป็นสิวอุดตันเรื้อรัง
  • โรคเซบเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis)

     งานวิจัยพบว่า คนที่เป็นโรคนี้จะมีน้ำมันบนผิวมากกว่าปกติ และมีสารอนุมูลอิสระสูงกว่าคนทั่วไปเกือบ 4 เท่า! พอหน้ามันเกินไป ยีสต์ Malassezia เจ้าถิ่นบนผิวเลยกินน้ำมันแล้วปล่อยกรดออกมาทำร้ายผิว ทำให้เกิดอาการผิวลอก แดง และคันตามมานั่นเองครับ
  • ผิวแห้งแสบ คัน กร้าน

     หากใช้น้ำอุ่นจัดหรือสบู่ที่เป็นด่างล้างหน้า ลิพิดหล่อเลี้ยงผิวจะถูกชะล้างออกจนหมด เอนไซม์สร้างเซราไมด์จะหยุดทำงาน ผิวจึงแห้งกร้านและเกิดอาการแพ้ง่ายทันที

 

 


เกร็ดน่ารู้: Acid Mantle กับน้ำหอมที่คุณใช้!

รู้ไหมคะว่า Acid Mantle ยังส่งผลต่อกลิ่นน้ำหอมด้วยนะ!

  • ผิวเป็นกรดสุขภาพดี

     สารหอมกลุ่ม Esters (เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์สดชื่น) อาจเกิดปฏิกิริยา Hydrolysis สลายตัวเร็วขึ้นเล็กน้อย ทำให้กลิ่นเปิดเปลี่ยนเป็นกลิ่นนุ่มนวลเร็วขึ้น
  • ซีบัมช่วยล็อกกลิ่น

     น้ำมันซีบัมบนผิวทำหน้าที่เป็นตัวทำละลายสำรอง (Secondary Solvent) ชั้นดี โมเลกุลน้ำหอมกลุ่ม Musk หรือ Amber จะละลายในน้ำมันนี้ ทำให้ความดันไอต่ำลง น้ำหอมจึงติดทนนานขึ้น ส่วนคนที่ผิวแห้งมาก ขาด Acid Mantle น้ำหอมจะระเหยหายไปในเวลาไม่กี่นาทีค่ะ!



ล้างหน้าครั้งเดียว ผิวเสียสมดุลนานแค่ไหน?

     น่าตกใจมากว่า พฤติกรรมการทำความสะอาดผิวส่งผลต่อระยะเวลาในการฟื้นตัวของ Acid Mantle อย่างมหาศาล:

 



ลองคิดดูสิคะ: ถ้าเราล้างหน้าด้วยสบู่ก้อนที่มีความเป็นด่างวันละ 2 ครั้ง ผิวของเราจะสูญเสียเกราะกรดปกป้องธรรมชาตินานถึง 16-20 ชั่วโมงต่อวัน! ทำให้ผิวตกเป็นเป้าของแบคทีเรียและความแห้งกร้านเกือบตลอดเวลาเลยค่ะ


วิธีดูแลผิวบอบบางแพ้ง่ายให้กลับมาแข็งแรง

  • เลี่ยงสารทำความสะอาดที่เป็นด่าง:

     หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดไร้สบู่ (Soap-free) ที่มีค่า pH 5.5 เพื่อรักษาค่าไอโซอิเล็กทริกของเคราติน ไม่ให้ผิวพองหรือเกราะกรดโดนทำลาย
  • อย่ากลัวน้ำมันธรรมชาติ:

     ซีบัมไม่ใช่ศัตรู แต่คือส่วนหนึ่งของเกราะปกป้องผิว หากต้องการบำรุง ควรเลือกส่วนผสมที่เลียนแบบลิพิดผิว เช่น เซราไมด์ (Ceramides) และสควาเลน (Squalane)
  • ดูแล Microbiome:

     ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะหรือสารฆ่าเชื้อบนหน้าโดยไม่จำเป็น เพื่อเก็บแบคทีเรียฝ่ายดีไว้ช่วยเปลี่ยนซีบัมเป็นเกราะกรดให้เราค่ะ

 

แนะนำแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Acid Mantle และ pH 5.5

      หากคุณกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การปกป้อง Acid Mantle และคิดค้นมาเพื่อผิวบอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ แบรนด์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ SEBAMED แบรนด์เวชสำอางชั้นนำจากประเทศเยอรมนีค่ะ

     SEBAMED ถือเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดการดูแลผิวด้วยค่า pH 5.5 ระดับโลก โดยนวัตกรรมของแบรนด์ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างและคงไว้ซึ่ง Acid Mantle (เกราะกรดตามธรรมชาติ) ของผิว ผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่มของ SEBAMED ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นทำความสะอาดผิวหน้า ผิวกาย หรือผลิตภัณฑ์บำรุง จึงถูกออกแบบมาให้เป็น 100% Soap and Alkali-free (ปราศจากสบู่และความเป็นด่าง) 






     การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแนวคิดเลียนแบบสรีรวิทยาผิวอย่าง SEBAMED จะช่วยให้อิโคซิสเต็มของผิว ทั้งค่า pH สมดุลน้ำและน้ำมัน รวมถึง Skin Microbiome ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวบอบบาง แพ้ง่าย หรือผู้ที่ต้องการฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวให้กลับมาแข็งแรงอย่างยั่งยืนค่ะ

 

เอกสารอ้างอิง 
  • Schade, H., & Marchionini, A. (1928). Der Säuremantel der Haut (The Acid Mantle of the Skin). Klinische Wochenschrift.
  • Ali, S. M., & Yosipovitch, G. (2013). Skin pH: From Basic Science to Basic Skin Care. Acta Dermato-Venereologica, 93(3), 261-267.
  • Schmid-Wendtner, M. H., & Korting, H. C. (2006). The pH of the Skin Surface and Its Impact on the Barrier Function. Skin Pharmacology and Physiology, 19(6), 296-302.
  • Weller, R., et al. (2001). Antimicrobial effect of acidified nitrite on dermatophyte fungi, Candida and bacterial skin pathogens. Journal of Applied Microbiology, 90(4), 648-652.
  • Zouboulis, C. C., et al. (2022). The cutaneous microbiome: microbial remodeling of the skin lipid landscape. PMC / NIH.

 

ผู้เชี่ยวชาญ : เภสัชกรหญิง สุจิตรา กวยเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีประสบการณ์กว่า 12 ปี จบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  มีความเชี่ยวชาญโดดเด่นด้านการวางแผนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และการดูแลผิวพรรณระดับสากล ด้วยบทบาทเภสัชกรและประสบการณ์การเป็นคุณแม่ลูก 1 เธอจึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อย่างสูงสุด คุณปาล์มมี่มุ่งมั่นถ่ายทอดความรู้เรื่องผิวที่ถูกต้อง เพื่อช่วยให้ทุกคนในครอบครัวมีสุขภาพผิวที่ดีและแข็งแรงอย่างยั่งยืนภายใต้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือ 


ผู้เขียนเรียบเรียง : ณัฎฐวรรณ อยู่ชัง สำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยพื้นฐานการศึกษาที่มุ่งเน้นการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้และกระบวนการทำความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ ทำให้เธอมีความสามารถพิเศษในการถ่ายทอดเนื้อหาด้านสุขภาพและผิวพรรณที่ซับซ้อน ให้กลายเป็นข้อมูลที่เข้าใจง่าย ตรงประเด็น และนำไปปรับใช้ได้จริง

ด้วยประสบการณ์การออกแบบสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลายและการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ จึงมีความพิถีพิถันกับการคัดกรองเนื้อหาเพื่อให้แน่ใจว่าทุกข้อมูลที่คุณได้รับมีความถูกต้องและเป็นประโยชน์ที่สุด เธอเชื่อเสมอว่า "ผิวที่มีสุขภาพดีเริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้อง" และเธอพร้อมที่จะเป็นเพื่อนคู่คิดที่จะพาคุณไปดูแลผิวด้วยหลักการที่พิสูจน์แล้ว

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้