อาหารที่ควรเลี่ยง... ถ้าไม่อยากให้รังแคกำเริบจนเสียบุคลิก

28 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อาหารที่ควรเลี่ยง_ถ้าไม่อยากให้รังแคกำเริบจนเสียบุคลิก.

     เคยสังเกตไหมว่าช่วงไหนที่ตามใจปาก กินของทอด ของหวาน หรือปาร์ตี้หนัก ๆ นอกจากสุขภาพจะแย่ลงแล้ว รังแคมักจะพากันแห่มาอยู่บนหัวจนขาวโพลนไปหมด หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องความสะอาดบนหนังศีรษะอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วสิ่งที่กินเข้าไปนี่แหละคือตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้ต่อมไขมันทำงานผิดปกติ จนกลายเป็นแผ่นสะเก็ดขาว ๆ ที่ทำเอาเสียความมั่นใจได้ง่าย ๆ

เจาะลึก! ทำไมอาหารบางชนิดถึงเป็น "อาหารโปรด" ของรังแค

     กลไกที่ทำให้อาหารกระตุ้นรังแค ไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เรากินเข้าไปแล้วไปเกาะอยู่บนหัวโดยตรง แต่เป็น "ปฏิกิริยาลูกโซ่" ที่เกิดขึ้นภายในร่างกายค่ะ

1. น้ำตาลและของหวาน: ตัวการเร่งการอักเสบ

     เมื่อเรากินน้ำตาลปริมาณมาก ร่างกายจะหลั่งสารที่ทำให้เกิดการอักเสบในระดับเซลล์ นอกจากนี้ยังส่งผลให้ระดับฮอร์โมนแกว่ง ซึ่งฮอร์โมนที่แปรปรวนนี้เองจะไปสั่งให้ต่อมไขมันบนหนังศีรษะ "ผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ" เมื่อหนังศีรษะมันเยิ้ม ก็เปรียบเสมือนการปูพรมแดงให้เชื้อราบนหนังศีรษะเติบโตได้ดีขึ้นและเร็วกว่าเดิม

2. แป้งขัดขาว: เปลี่ยนเป็นน้ำตาลเร็วกว่าที่คิด

     แป้งขัดขาว เช่น ขนมปังขาว เส้นก๋วยเตี๋ยว หรือเบเกอรี่ต่างๆ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในกระแสเลือดอย่างรวดเร็ว (ค่าดัชนีน้ำตาลสูง) ส่งผลให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูงฉับพลัน ซึ่งร่างกายจะตอบสนองด้วยการกระตุ้นให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิวมากเกินไปจนเกิดความอับชื้น และกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่รังแคโปรดปราน

3. ของทอดและไขมันอิ่มตัว: ก่อกวนเกราะป้องกันผิว

     การกินของทอดที่มีน้ำมันคุณภาพต่ำหรือไขมันทรานส์ จะเข้าไปขัดขวางการทำงานของเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกราะป้องกันผิว บนหนังศีรษะอ่อนแอลง เมื่อเกราะป้องกันเสียไป หนังศีรษะจะสูญเสียความชุ่มชื้นง่ายขึ้นและไวต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก (เช่น ฝุ่น ควัน หรือสารเคมีจากแชมพู) ทำให้เกิดอาการระคายเคือง ลอกเป็นขุย และคันได้ง่ายกว่าปกติ

4. นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนม (ในบางคน) 

     สำหรับบางคน นมวัวอาจเป็นตัวกระตุ้นการอักเสบและไปกระตุ้นต่อมไขมันโดยตรง หากสังเกตว่าช่วงไหนที่ดื่มนมหรือทานชีสเยอะแล้วอาการคันศีรษะเริ่มกำเริบ ให้ลองเว้นการทานอาหารกลุ่มนี้ดูสัก 1-2 สัปดาห์ เพื่อดูว่าอาการดีขึ้นหรือไม่


เมื่อคุมอาหารแล้ว แชมพูที่ใช้ก็ต้องเลือกให้ถูกจุด

     การปรับเรื่องการกินช่วยคุมจากภายใน แต่สำหรับรังแคที่เกิดขึ้นแล้ว การใช้ แชมพูขจัดรังแค ที่รุนแรงเกินไปอาจยิ่งทำให้หนังศีรษะแห้งจนลอกหนักกว่าเดิม สิ่งที่หนังศีรษะต้องการจริง ๆ คือการทำความสะอาดพร้อมปรับสมดุล ซึ่ง Sebamed Anti-Dandruff Shampoo ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ

     แทนที่จะเน้นล้างจนหนังศีรษะแห้งผาก แชมพูขวดนี้เลือกใช้สารสำคัญอย่าง Piroctone Olamine เข้าไปจัดการกับเชื้อราที่ต้นเหตุ พร้อมกับรักษาค่า pH 5.5 ซึ่งเป็นค่าความสมดุลที่ทำให้หนังศีรษะแข็งแรงที่สุด เมื่อหนังศีรษะไม่ถูกทำร้ายด้วยสารสบู่หรือด่างที่รุนแรง อาการคันจะค่อยๆ สงบลง และโอกาสที่รังแคจะกลับมาเกิดซ้ำก็น้อยลงตามไปด้วย


เคล็ดลับจัดการรังแคแบบยั่งยืน

     นอกจากการเลี่ยงของอร่อยที่ทำร้ายผิวแล้ว เวลาสระผมควรเน้นการนวดเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว ไม่ควรใช้เล็บเกาเพราะจะยิ่งกระตุ้นการอักเสบ และที่สำคัญคือต้องล้าง แชมพูลดรังแค ออกให้สะอาดหมดจด อย่าให้มีคราบตกค้าง

     การดูแลหนังศีรษะไม่ใช่เรื่องยาก แค่ต้องรู้จักเลือกทั้งสิ่งที่กินและสิ่งที่ใช้ หากคุมอาหารควบคู่ไปกับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนอย่าง Sebamed Anti-Dandruff Shampoo รับรองว่าความเบาสบายหัวและความมั่นใจจะกลับมาแน่นอน โดยไม่ต้องคอยกังวลเรื่องสะเก็ดขาวบนบ่าอีกต่อไป 






ผู้เชี่ยวชาญ : เภสัชกร ธนชิต ไลไธสง สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (รุ่นปี 2557) ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษในวิชาชีพเภสัชกรรม คุณธนชิตมีความเชี่ยวชาญโดดเด่นในด้านเวชสำอาง (Dermo-cosmetics) และวิทยาการดูแลผิวพรรณ โดยเฉพาะการวิเคราะห์กลไกการเกิดสิวและการเลือกใช้สารสำคัญในผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสมดุลผิว (pH 5.5)
ด้วยความเชื่อมั่นว่า "ผิวที่แข็งแรงเริ่มต้นจากการเลือกสิ่งที่ใช่" คุณธนชิตจึงมุ่งมั่นถ่ายทอดความรู้ด้านการดูแลผิวด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด ปลอดภัย และยั่งยืน

ผู้เขียนเรียบเรียง : ณัฎฐวรรณ อยู่ชัง สำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยพื้นฐานการศึกษาที่มุ่งเน้นการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้และกระบวนการทำความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ ทำให้เธอมีความสามารถพิเศษในการถ่ายทอดเนื้อหาด้านสุขภาพและผิวพรรณที่ซับซ้อน ให้กลายเป็นข้อมูลที่เข้าใจง่าย ตรงประเด็น และนำไปปรับใช้ได้จริง

ด้วยประสบการณ์การออกแบบสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลายและการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ จึงมีความพิถีพิถันกับการคัดกรองเนื้อหาเพื่อให้แน่ใจว่าทุกข้อมูลที่คุณได้รับมีความถูกต้องและเป็นประโยชน์ที่สุด เธอเชื่อเสมอว่า "ผิวที่มีสุขภาพดีเริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้อง" และเธอพร้อมที่จะเป็นเพื่อนคู่คิดที่จะพาคุณไปดูแลผิวด้วยหลักการที่พิสูจน์แล้ว

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้