3683 จำนวนผู้เข้าชม |
แมลงสัตว์กัดต่อย ตุ่มบวมแดงตามผิวลูกน้อยที่ฝากความปวดแสบปวดร้อนไว้ให้ถือเป็นปัญหาที่ทั้งแม่ลูกต้องเจอ และหาวิธีป้องกันรักษากันทุกยุคทุกสมัย ซึ่งเจ้าแมลงตัวร้ายเอง ก็มักจะมาแบบที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ลูกกำลังนอนหลับ เล่นสนุก หรือช่วงเวลาที่ออกไปท่องเที่ยว มีความสุขอยู่ นอกจากความหูไวตาไหวของพ่อแม่เองแล้ว การทราบวิธีดูแลผิวลูกน้อยเบื้องต้นหากโดยแมลงสัตว์กัดต่อยก็จำเป็น หากลูกน้อยโดนแมลงสัตว์กัดต่อยเข้าให้แล้วควรทำอย่างไร? เราเลือก 3 วิธีเบื้องต้นที่ควรทำมาฝากกันค่ะ
พาลูกน้อยไปในที่ที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกต้องโดนกัดซ้ำสอง ล้างบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บด้วยน้ำสะอาด และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ล้างทำความสะอาดต้องอ่อนโยน ลดการระคายเคืองได้อย่าง Baby sebamed Baby Bubble Bath pH 5.5 และควรรักษาความสะอาดบริเวณนั้น ๆ อย่างสม่ำเสมอ

เพราะลักษณะของแผล พิษของแมลงแต่ละชนิดมีความรุนแรงแตกต่างกัน หากเราทราบแน่ชัดแล้วว่าเป็นสัตว์ประเภทไหน จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ประเมินสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ว่าควรพาลูกไปพบแพทย์ดี หรือสามารถดูแลรักษาให้หายได้เอง ลักษณะของบาดแผลของแมลงสัตว์ที่เจอกันส่วนใหญ่จะมาจากสัตว์ 3 ประเภท ดังนี้
โอกาสเจอบ่อย ๆ มีสูงมาก ถือเป็นแมลงที่มีพิษน้อยมากสามารถหายได้ด้วยตัวเอง แต่ทันทีที่โดนกัดจะมีอาการบวมแดงทันที มักมีอาการแสบคันร่วมด้วย แต่ระดับความรุนแรงของแผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ลักษณะจะคล้ายกับมดยุงกัด มีจุดแดง ๆ อาการคัน ปวดแสบปวดร้อนจะมีความรุนแรงกว่ามาก เบื้องต้นให้ใช้แอลกอฮอล์ล้างแผลชุบสำลีเช็ดบริเวณรอบแผล หลังจากล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว
หากโดนแมลงประเภทนี้ต่อยต้องรีบเอาเหล็กในออกเร็วที่สุดก่อน แล้วจึงล้างทำความสะอาดแผล ผิวจะมีอาการบวมแดง ปวดแสบปวดร้อนมากให้นำน้ำแข็งมาประคบบริเวณที่โดนต่อย 2 – 3 นาที คอยสังเกตอาการลูกน้อยตลอดเวลา ว่าลูกน้อยมีอาการแพ้พิษหรือไม่ หากลูกเริ่มมีไข้ คลื่นไส้ หายใจติดขัด หรือผิวบวมแดงผิดปกติควรรีบพบแพทย์ด่วน
ไม่ว่าจะถูกแมลงชนิดไหนกัดมา หลังจากทำความสะอาดแผลเสร็จ คุณแม่เองต้องหมั่นรักษาความสะอาดอยู่เสมอโดยเฉพาะบริเวณที่บาดเจ็บ และเล็บของลูกน้อยที่อาจจะทำให้แผลเปิดรุนแรงกว่าเดิม
กรณีไหน? ถึงควรพบแพทย์
ในสายตาผู้ใหญ่ อาจมองว่าแมลงสัตว์กัดต่อยเป็นเรื่องปกติ แต่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าร่างกายของลูกน้อยเอง อ่อนแอ ง่ายแต่การแพ้พิษต่าง ๆ มากแค่ไหน ควรติดตามอาการตลอดเวลา หากบริเวณที่บาดเจ็บมีอาการบวมแดง ไม่หายภายใน 3 – 5 วัน มีอาการผิดปกติอื่น ๆ เพิ่มขึ้นหลังจากถูกแมลงสัตว์กัดต่อย เช่น
คือสัญญาณของอาการแพ้พิษแมลง ควรพบแพทย์โดยด่วน เพราะอันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากนี้หากลูกน้อยโดนมาแมลงที่มีพิษแน่นอน เช่น ผึ้ง ต่อ กัดต่อยเกิน 4 – 5 จุด ให้พบแพทย์ทันที เพราะอาจจะได้รับพิษที่รุนแรงจนเกิดปัญหาแทรกซ้อนได้ อันตรายถึงชีวิตเช่นกันค่ะ

ปัญหาที่ไม่คาดคิดอย่างเรื่องแมลงสัตว์กัดต่อย เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นค่ะ การดูแล ขยันทำความสะอาดสถานที่ หรือสิ่งต่าง ๆ ที่ลูกต้องใช้ชีวิตอยู่กับมันประจำจึงเป็นเรื่องสำคัญ ต้องเช็กให้ดี ไม่ว่าจะประตู หน้าต่างควรจะปิดมิดชิด ป้องกันแมลงเจ้าปัญหาเข้ามากวนใจลูกน้อย หากต้องพาลูกออกนอกบ้าน หรือเวลานอนควรใส่เสื้อผ้าปิดแขนขาให้ดี นอกจากนี้การดูแลผิวให้แข็งแรง ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยในการป้องกัน – ลดการระคายเคืองอย่าง Baby sebamed pH 5.5 ถือเป็นอีก 1 วิธีสำคัญที่ลดอาการคัน บาดเจ็บของลูกน้อยไปได้ไม่น้อยเลยค่ะ
ผู้เชี่ยวชาญ : เภสัชกรหญิง สุจิตรา กวยเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีประสบการณ์กว่า 12 ปี จบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีความเชี่ยวชาญโดดเด่นด้านการวางแผนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และการดูแลผิวพรรณระดับสากล ด้วยบทบาทเภสัชกรและประสบการณ์การเป็นคุณแม่ลูก 1 เธอจึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อย่างสูงสุด คุณปาล์มมี่มุ่งมั่นถ่ายทอดความรู้เรื่องผิวที่ถูกต้อง เพื่อช่วยให้ทุกคนในครอบครัวมีสุขภาพผิวที่ดีและแข็งแรงอย่างยั่งยืนภายใต้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือ
ผู้เขียนเรียบเรียง : พัทธ์ธีรา ธีระโกศล ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและการดูแลผิวพรรณ ด้วยพื้นฐานการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์จากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทำให้พัทธ์ธีรามีทักษะในการถ่ายทอดข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพผิวให้เข้าใจง่ายและถูกต้อง นอกจากประสบการณ์โดยตรงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์สายความงามและสุขภาพแล้ว พัทธ์ธีรายังมีความหลงใหลและติดตามเทรนด์การดูแลผิวทั่วโลกอยู่เสมอ มุ่งมั่นที่จะส่งมอบคำแนะนำที่เป็นประโยชน์และน่าเชื่อถือเพื่อสุขภาพผิวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนตามมาตรฐาน Sebamed