การทดสอบ Dermatologically Tested คืออะไร? ทำไมต้องแคร์ (ฉบับคนผิวบอบบาง แพ้ง่าย)

13 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การทดสอบ_Dermatologically_Tested_คืออะไร

      เคยไหมคะ? เวลาเดินเลือกซื้อสกินแคร์ตามเชลฟ์ แล้วเจอปัญหาผิวบอบบาง แพ้ง่าย เล่นงาน แค่เปลี่ยนครีมแป๊บเดียว คัน แสบ แดง ผื่นขึ้น จนแทบอยากจะซ่อนหน้าไว้ใต้แมสก์ตลอดเวลา…

     ในฐานะคนที่วนเวียนอยู่ในวงการดูแลผิวและวิเคราะห์ส่วนผสมมานาน บอกเลยค่ะว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนไปมากจริงๆ รายงานการวิจัยระบุว่า ผู้คนมากกว่า 70% ทั่วโลก ประเมินว่าตัวเองมีสภาพผิวบอบบางและแพ้ง่าย ทำให้เราไม่ได้มองหาสกินแคร์ที่ช่วยให้ผิวขาวเร่งด่วนอีกต่อไป แต่เรากำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วย ฟื้นฟูปราการปกป้องผิวตามธรรมชาติ (Skin Barrier) อย่างยั่งยืนต่างหาก

     และแน่นอนว่า สิ่งที่เรามักจะกวาดสายตามองหาบนกล่องสกินแคร์เป็นอันดับแรก ๆ ก็คือสัญลักษณ์ Dermatologically Tested แต่เคยสงสัยไหมคะว่า คำนี้จริง ๆ แล้วหมายความว่าอย่างไร? ผ่านอะไรมาบ้าง? แล้วคนผิวบอบบาง แพ้ง่าย อย่างเรา "ต้องแคร์" แค่ไหน? วันนี้เราจะมาเจาะลึกแบบคลี่ฉลากอ่านกันชัด ๆ ให้หายแคลงใจกันค่ะ!

Dermatologically Tested คืออะไร?

     พูดให้เข้าใจง่าย ๆ Dermatologically Tested คือข้อกล่าวอ้างยืนยันว่า "ผลิตภัณฑ์นี้ผ่านการทดสอบความปลอดภัยและการระคายเคืองต่อผิวหนัง โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง (Dermatologist) เป็นผู้ดูแลและประเมินผล"

     จุดประสงค์หลักของการทดสอบนี้ ไม่ใช่การวัดว่าใช้แล้วริ้วรอยจะลดลงไหม หรือหน้าจะขาวขึ้นหรือเปล่า (เพราะนั่นคือการทดสอบเชิงประสิทธิภาพ หรือ Clinical Test) แต่เป็นการทดสอบเชิง "ป้องกัน" เพื่อให้มั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์จะไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาการระคายเคือง (Irritation) หรืออาการแพ้ (Allergy) ต่อผิวหนังนั่นเองค่ะ


ศัพท์บนกล่องสกินแคร์ ต่างกันอย่างไร?

     หลายคนชอบสับสนระหว่าง 4 คำนี้ วันนี้รวบรวมตารางสรุปแบบเข้าใจง่ายมาให้แล้วค่ะ

 



เจาะลึกกระบวนการทดสอบ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง?

     ความน่าเชื่อถือของตรา Dermatologically Tested ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยนะคะ แต่ต้องผ่านกระบวนการศึกษาทดลองทางคลินิกในมนุษย์จริง (In Vivo Clinical Studies) จากสถาบันวิจัยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น Dermscan Asia หรือ DRC (Thailand) โดยมีขั้นตอนเทคนิคหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ

1)  การทดสอบแผ่นแปะระยะสั้น (24-Hour Occlusive Human Patch Test)

     เป็นการทดสอบขั้นพื้นฐานเพื่อดูว่า ผิวจะเกิดการระคายเคืองเฉียบพลันหรือไม่

  • วิธีทดสอบ

     คัดเลือกอาสาสมัครที่มีผิวสุขภาพดีอย่างน้อย 20 คน นำสารตัวอย่างใส่ในแผ่นแปะพิเศษ (Chamber) แล้วติดบริเวณแผ่นหลังหรือท้องแขนแบบปิดสมบูรณ์ (Occlusive) ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เพื่อกดดันให้เนื้อผลิตภัณฑ์ซึมลึกเข้าสู่ผิว
  • การอ่านผล

     แพทย์ผิวหนังจะลอกแผ่นแปะออก แล้วติดตามดูอาการแสบ แดง บวม หรือผิวลอก ในชั่วโมงที่ 48 และ 96 ตามเกณฑ์มาตรฐานยุโรปหรือญี่ปุ่น


2) การทดสอบภูมิแพ้ผิวหนังระยะสะสม (Human Repeated Insult Patch Test หรือ HRIPT)

     การทดสอบนี้ลึกขึ้นไปอีกขั้น เพื่อวัดการแพ้สะสมและระบบภูมิคุ้มกันตอบสนอง (Sensitization)

  • วิธีทดสอบ

     ดำเนินการในอาสาสมัครอย่างน้อย 50 คน (โดยต้องมีกลุ่มคน ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ร่วมด้วยอย่างน้อย 25 คน) ใช้เวลาวิจัยยาวนานถึง 6 สัปดาห์!
  • กระบวนการ

     แบ่งเป็น ระยะเหนี่ยวนำ (Induction Phase) แปะสารซ้ำจุดเดิม 9 ครั้งใน 3 สัปดาห์ > ระยะพัก (Rest Phase) 2 สัปดาห์ > ระยะท้าทาย (Challenge Phase) แปะสารบนผิวจุดใหม่ 24 ชั่วโมง เพื่อดูว่าร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านสารนั้นหรือไม่ หากไม่พบอาการแพ้สะสมเลย จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบแบบเต็มรูปแบบค่ะ


3) การทดสอบเฉพาะทางอื่นๆ (Specialty Irritation Tests)

  • Stinging Test (วัดความรู้สึกแสบเคืองทันที)

    ทดสอบกับคนที่มีภาวะผิวไวเป็นพิเศษ เพื่อดูว่าทาแล้วรู้สึกยิบๆ แสบร้อน หรือคันทันทีหรือไม่
  • Photoallergic / Phototoxicity Test

    แปะแผ่นทดสอบร่วมกับการฉายแสง UV จากเครื่องจำลองแสงแดด เพื่อดูว่าเมื่อผลิตภัณฑ์เจอแสงแดดแล้ว จะก่อให้เกิดผื่นแพ้แดดหรือไม่
  • Ophthalmologically Tested:

     สำหรับผลิตภัณฑ์รอบดวงตา โดยมีจักษุแพทย์ใช้เครื่อง Slit Lamp ตรวจเช็กความปลอดภัยต่อกระจกตาและเยื่อบุตาโดยเฉพาะ



เช็กลิสต์คนผิวบอบบาง แพ้ง่าย ควรเลี่ยงสารไหน และมองหาสารอะไร?

     คำว่า Dermatologically Tested เป็นตัวกรองความปลอดภัยขั้นแรก แต่หากคุณเป็นคนที่ผิวแพ้ง่ายขั้นสุด การสแกน "รายชื่อส่วนผสม" (INCI Name) หลังฉลากด้วยตัวเอง ก็เป็นเกราะป้องกันชั้นที่สองที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ

สารเคมีที่ควรหลีกเลี่ยง (Red Flag Ingredients)

  • น้ำหอมสังเคราะห์ (Fragrance / Parfum)

     สาเหตุอันดับต้นๆ ของอาการคัน แดง และระคายเคืองเฉียบพลัน สารกันเสียกลุ่มพาราเบนและสารปลดปล่อยฟอร์มัลดีไฮด์ (Parabens & Formaldehyde Releasers): เสี่ยงต่อการรบกวนสมดุลผิวและทำให้ผิวอักเสบง่าย
  • สารทำความสะอาดชนิดรุนแรง (SLS / SLES)

      ชะล้างไขมันดีตามธรรมชาติออกมากเกินไป จนทำลายเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier)
  • แอลกอฮอล์ชนิดแห้ง (Denatured Alcohol / Alcohol Denat.)

     แม้จะช่วยให้รู้สึกแห้งไว แต่ทำให้ผิวสูญเสียน้ำ แห้งลอก และอ่อนแอลง
  • สารกันแดดแบบเคมีบางชนิด (Chemical UV Filters)

     เช่น Oxybenzone หรือ Octinoxate ที่อาจแปลงสภาพเมื่อเจอแดดแล้วก่อการระคายเคืองในคนผิวแพ้ง่าย


สารสำคัญทางเลือกเพื่อฟื้นฟูผิวบอบบาง (Safe & Nourishing Ingredients)

  • เซราไมด์ 5 ชนิด (Ceramide Complexes)

     เติมไขมันที่จำเป็นเพื่อประสานโครงสร้างชั้นผิวให้แน่นหนา ลดการสูญเสียน้ำ และป้องกันสิ่งแปลกปลอมภายนอก
  • บากูชิล (Bakuchiol)

     สารสกัดธรรมชาติที่ให้ผลลัพธ์ลดเลือนริ้วรอยเสมือนเรตินอล แต่ดันอ่อนโยนกว่ามาก ไม่ทำให้ผิวแห้ง ลอก หรือแดง
  • สารสกัดวิชฮาเซล (Witch Hazel)

     มีแทนนินธรรมชาติ ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการอักเสบ และดูแลปัญหาสิวอย่างอ่อนโยน

  • กรดไฮยาลูรอนิกอณูเล็ก (4D Hyaluronic Acid)

     เติมความชุ่มชื้นลึกหลายระดับชั้นผิว ช่วยให้ผิวอิ่มน้ำ เด้งยืดหยุ่น และแข็งแรงขึ้นจากภายใน





สรุป: แล้วทำไมคนผิวแพ้ง่าย "ต้องแคร์" Dermatologically Tested?

     เพราะ ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ การเลือกใช้สกินแคร์ที่ไม่ผ่านการทดสอบ หรือมีสารระคายเคืองแฝงอยู่ อาจหมายถึงการต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษาผื่นแพ้ไปอีกยาวนาน

     สัญลักษณ์ Dermatologically Tested จึงไม่ใช่แค่การตลาด แต่คือ "การการันตีความปลอดภัยทางวิทยาศาสตร์" ว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้รับการคัดกรองส่วนผสม ผ่านกระบวนการทดลองจริงในมนุษย์ และมีแพทย์ผิวหนังคอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้คุณมั่นใจได้ในระดับหนึ่งเลยว่า สกินแคร์ขวดนั้นจะไม่ทำร้ายปราการผิวของคุณให้พังลงกว่าเดิมค่ะ

แนะนำทางเลือกเพื่อสุขภาพผิวแข็งแรง: ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจาก SEBAMED

     สำหรับใครที่กำลังมองหาแบรนด์สกินแคร์เวชสำอางที่ตอบโจทย์เรื่องความอ่อนโยน และเข้าใจโครงสร้างผิวบอบบาง แพ้ง่าย อย่างแท้จริง หนึ่งในแบรนด์ระดับตำนานจากประเทศเยอรมนีที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ SEBAMED ค่ะ
     ความโดดเด่นในภาพรวมของแบรนด์ SEBAMED ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย คือการเป็นผู้บุกเบิกแนวคิด "เวชสำอางที่มีค่า pH 5.5" ซึ่งเป็นค่าความกรด-ด่างสมดุลตามธรรมชาติของเกราะคุ้มกันผิว (Acid Mantle)

  • ผ่านการทดสอบทางคลินิกและแพทย์ผิวหนัง (Dermatologically / Clinically Tested)

     ทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ SEBAMED ไม่ว่าจะเป็นสบู่เหลว ทำความสะอาดผิวหน้า ผิวไหม้แดด หรือครีมบำรุง ถูกคิดค้นขึ้นบนพื้นฐานงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เพื่อลดโอกาสการเกิดอาการแพ้และระคายเคืองให้ได้มากที่สุด
  • ปราศจากสารเคมีทำร้ายผิว

     เน้นสูตรที่ปราศจากสาร soap (Soap-free) และด่างที่รุนแรง ไม่ทำลายไขมันตามธรรมชาติ ทำให้หลังใช้ ผิวยังคงความชุ่มชื้นและแข็งแรง

  • ครอบคลุมทุกความต้องการของครอบครัว

     SEBAMED ในไทยมีผลิตภัณฑ์ที่ดูแลตอบโจทย์ตั้งแต่ผิวทารกอันบอบบาง (Baby Sebamed) ไปจนถึงผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งมาก ผิวเป็นสิวง่าย หรือผิวผู้ใหญ่ที่ต้องการการฟื้นฟูเป็นพิเศษ


     หากคุณต้องการเริ่มต้นดูแลผิวบอบบางแพ้ง่ายอย่างถูกวิธี การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์เวชสำอางที่มีรากฐานการทดสอบทางคลินิกที่โปร่งใสอย่าง SEBAMED ก็เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยคืนสมดุลและความแข็งแรงให้ผิวของคุณได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืนค่ะ!

 

แหล่งอ้างอิงข้อมูล 

  • Kcosmex Science Lab. Clinical Test vs Dermatologist Tested ต่างกันอย่างไร?
  • Dermscan Asia. Safety Test and Clinical Trial Guidelines for Cosmetics.
  • DRC (Thailand) Co., Ltd. สัญลักษณ์ที่ควรมีบนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง Dermatologically Tested.
  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.). คู่มือการโฆษณาเครื่องสำอาง ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2567.
  • BeDee by BDMS. รู้จัก “ผิวแพ้ง่าย” แสบ แดง คัน สาเหตุและผลิตภัณฑ์ที่ควรใช้.
  • Cosmenet. ส่วนผสมในสกินแคร์ที่คนผิวบอบบางแพ้ง่ายควรระวัง.


ผู้เชี่ยวชาญ : เภสัชกร ธนชิต ไลไธสง สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (รุ่นปี 2557) ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษในวิชาชีพเภสัชกรรม คุณธนชิตมีความเชี่ยวชาญโดดเด่นในด้านเวชสำอาง (Dermo-cosmetics) และวิทยาการดูแลผิวพรรณ โดยเฉพาะการวิเคราะห์กลไกการเกิดสิวและการเลือกใช้สารสำคัญในผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสมดุลผิว (pH 5.5)
ด้วยความเชื่อมั่นว่า "ผิวที่แข็งแรงเริ่มต้นจากการเลือกสิ่งที่ใช่" คุณธนชิตจึงมุ่งมั่นถ่ายทอดความรู้ด้านการดูแลผิวด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด ปลอดภัย และยั่งยืน

ผู้เขียนเรียบเรียง : ณัฎฐวรรณ อยู่ชัง สำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยพื้นฐานการศึกษาที่มุ่งเน้นการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้และกระบวนการทำความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ ทำให้เธอมีความสามารถพิเศษในการถ่ายทอดเนื้อหาด้านสุขภาพและผิวพรรณที่ซับซ้อน ให้กลายเป็นข้อมูลที่เข้าใจง่าย ตรงประเด็น และนำไปปรับใช้ได้จริง

ด้วยประสบการณ์การออกแบบสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลายและการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ จึงมีความพิถีพิถันกับการคัดกรองเนื้อหาเพื่อให้แน่ใจว่าทุกข้อมูลที่คุณได้รับมีความถูกต้องและเป็นประโยชน์ที่สุด เธอเชื่อเสมอว่า "ผิวที่มีสุขภาพดีเริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้อง" และเธอพร้อมที่จะเป็นเพื่อนคู่คิดที่จะพาคุณไปดูแลผิวด้วยหลักการที่พิสูจน์แล้ว

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้